หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท"ชอบแหย่"องค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต" เพื่อหวังจะได้ฟังธรรมะดีๆ !!!
สุดท้ายกลายเป็นพระองครักษ์ #ประจำตัวท่านพระอาจารย์มั่น !!!
....ย้อนกลับไปเมื่อครั้ง หลวงปู่เจี๊ยะตัดสินใจบวช ไม่สึก จึงกราบลาหลวงปู่กงมาไปออกธุดงค์เป็นครั้งแรกในชีวิตเพื่อตามหาองค์หลวงปู่มั่นไปจนถึงเชียงใหม่...
ชีวิตพระส่วนใหญ่ในวัดทรายงาม นอกจากการภาวนาแล้วก็ไม่สู้จะได้รับความลำบากในการดำเนินชีวิต และตั้งแต่หลวงปู่เจี๊ยะออกบวชมา ๓ ปี ก็ยังไม่เคยธุดงค์ แต่คราวนี้ต้องมารอนแรมกลางป่าเขา อีกทั้งข่าวคราวเรื่องที่อยู่ของหลวงปู่มั่นก็ไม่แน่นอน วันนี้มีข่าวว่าอยู่ที่นี่ แต่พอวันรุ่งขึ้นก็มีข่าวหลวงปู่มั่นย้ายทำเลเสียแล้ว สภาพร่างกายของหลวงปู่เจี๊ยะจึงเริ่มอ่อนระโหยโรยแรง ภาวนาไปบ่นไป บางครั้งก็พูดกับตนเองว่า...
“หลวงปู่มั่นอยู่ที่ไหน...ช่วยหน่อย หลวงปู่มั่นอยู่ที่ไหน...ช่วยหน่อย เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ใครๆ เขาก็พูดว่า #หลวงปู่มั่นรู้วาระจิตคนหมด ตอนนี้ผมพระเจี๊ยะเดินทางมาหา เหนื่อยยากลำบากจะตายอยู่แล้ว หลวงปู่มั่นอยู่ที่ไหน ถ้ารู้ด้วยใจด้วยญาณก็ส่งคนมารับหน่อย เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว!!”
ระหว่างตามหาหลวงปู่มั่น หลวงปู่เจี๊ยะเดินไป บ่นไป นึกไป แต่เพราะมี “หลวงปู่มั่น” อยู่ในใจตลอดเวลา ทำให้รู้สึกว่ามีหลวงปู่มั่นร่วมเดินทางไปด้วย อย่างมากก็เหนื่อยแค่ปาก แต่ใจสู้ไม่ถอย จนกระทั่งตามทันหลวงปู่มั่นที่ #วัดร้างป่าแดง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเข้ามาในวัดก็พบว่า สภาพของวัดเรียบง่าย สะอาด มีกระท่อมเล็กๆ มุงด้วย
หญ้าคา ฝาขัดแตะ พื้นไม้ไผ่ บนกระท่อมมีพระภิกษุรูปหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่ ท่านมองแล้วก็รีบเร่งเดินเข้าไปหา พลางคิดในใจว่า นั่นคงใช่หลวงปู่มั่นเป็นแน่แท้
วินาทีที่หลวงปู่เจี๊ยะเห็นหลวงปู่มั่นเป็นวินาทีของศิษย์ที่เจอครู ภาพของครูที่นั่งบนแคร่ไม้ไผ่ประทับในใจไม่รู้ลืม ดั่งที่ท่านบรรยายให้ฟังเอาไว้ว่า..
“มีพระรูปหนึ่งรูปร่างเล็กๆ ลักษณะองอาจ เป็นเถระรูปร่างสันทัด ผิวดำแดง นั่งห่มจีวรเปิดไหล่ แสดงอาการให้เห็นว่ารอใครบางคนอย่างเห็นได้ชัด อยู่บนแคร่น้อยๆ ใช้ไม้ไผ่ขัดแตะ เอาหญ้าคามุงกั้นเป็นฝาเป็นฟาก หันหน้ามาทางที่จะเดินเข้าไป แสดงอาการว่าสนใจคนที่มา แต่ไม่แสดงออกทางคำพูด”
หลวงปู่เจี๊ยะตรงเข้าไปกราบถวายตัวเป็นลูกศิษย์เพื่อคอยปรนนิบัติครูบาอาจารย์ แม้หลวงปู่มั่นจะอายุร่วม ๗๐ ปีแล้ว แต่ก็ยังคงทำหน้าที่อบรมพระภิกษุสามเณรให้สมเป็นธรรมทายาท บางวันหลวงปู่มั่นอดอาหาร ไม่รับฉันอะไร ยกเว้นน้ำกับน้ำชาเท่านั้น พระลูกศิษย์ก็พากันเป็นห่วงหลวงปู่มั่น แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปชักชวนให้ท่านฉันอาหารบ้างเล็กน้อยก็ยังดี ท้ายที่สุด หลวงปู่เจี๊ยะอดทนดูไม่ได้จึงเป็นหน่วยกล้าตายเข้าไปบอกอาจารย์ว่า
“ครูบาจารย์... ฉันข้าว”
หลวงปู่มั่นก็ว่า “ฮื้อ... ก็ไม่ใช่หน้าที่เรา”
หลวงปู่เจี๊ยะยังคงเซ้าซี้ต่อไปว่า “ครูบาจารย์... ฉันข้าวเถอะ”
หลวงปู่มั่นก็ตอบเหมือนเดิมว่า “ฮื้อ... มายุ่งอะไร”
คราวนี้หลวงปู่เจี๊ยะเลยพูดว่า “เกิดมาเป็นคนไม่กินข้าว ไม่รู้จะเกิดมาทำไม”
เท่านั้นแหละ หลวงปู่เจี๊ยะเลยโดนหลวงปู่มั่นดุเอาว่า “ท่านนี่... ไป...ไป... อย่ามายุ่ง”
ตามปกติ หลวงปู่มั่นจะประพฤติปฏิบัติทำหน้าที่ครูบาอาจารย์เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกศิษย์ได้เห็นโดยแทบจะไม่ได้พูดอะไร แต่เวลาเทศน์ก็จะดุเดือดเป็นพายุที่กวาดล้างข้อสงสัยในใจลูกศิษย์ได้ ฉะนั้น พระเณรส่วนใหญ่จึงทั้งเคารพรักและกลัวหลวงปู่มั่นเป็นที่สุด มีเพียงหลวงปู่เจี๊ยะเท่านั้นที่แปลกพิกลกว่าคนอื่นเขา เพราะทั้งๆ ที่รักหลวงปู่มั่นมาก แต่ก็กล้าแหย่ท่านอยู่เสมอ หลวงปู่เจี๊ยะบอกว่า
“ถ้าไม่แหย่ท่านจะได้ฟังธรรมะดีๆ หรือ”
แทบจะมีแต่หลวงปู่เจี๊ยะเท่านั้นที่กล้าต่อปากต่อคำกับหลวงปู่มั่นแบบตรงไปตรงมา ดังเช่นคราวหนึ่งที่สุขภาพร่างกายของหลวงปู่มั่นไม่สู้จะแข็งแรงนัก บังเอิญว่ามีญาติโยมถวายเงิน ๑ บาท หลวงปู่เจี๊ยะพิจารณาเห็นว่า หลวงปู่มั่นอายุมากแล้ว สุขภาพร่างกายก็ทรุดโทรมเพราะขาดอาหารบำรุง จึงเข้าไปกราบเรียนขออนุญาตนำเงิน ๑ บาท ไปเปลี่ยนเป็นนม (สมัยนั้นนมราคากระป๋องละ ๕ สตางค์ เท่านั้น) แล้วถวายให้หลวงปู่มั่นฉัน ร่างกายจะได้มีกำลัง แต่เมื่อเห็นหลวงปู่มั่นไม่ยินยอม หลวงปู่เจี๊ยะก็เลยกราบเรียน
ตรงๆ ว่า
“คนแก่ต้องฉันนมบำรุงบ้าง ร่างกายจะได้มีเรี่ยวแรง อาการไข้จะได้ฟื้นขึ้น กระผมขอนิมนต์ให้ลองฉันนมดูบ้าง”
หลวงปู่มั่นนิ่ง เป็นสัญญาณคำตอบว่าไม่ปฏิเสธ หลวงปู่เจี๊ยะจึงจัดนมไว้ในตอนเช้าแล้วเข้าไปประเคนถวาย แต่พอหลวงปู่มั่นเห็นแก้วนมก็ปฏิเสธที่จะรับฉันว่า
“ถ้าฉันนมแล้ว มันมักจะถ่ายท้อง”
หลวงปู่เจี๊ยะเป็นคนจริงอยู่แล้ว พอได้ฟังหลวงปู่มั่นพูดแบบนั้นก็ตอบว่า
“กระผมคิดว่าควรจะลองดูหน่อย ถ้าถ่ายท้อง กระผมจะเช็ดจะเก็บทำความสะอาดเอง ครูบาจารย์ไม่ต้องเป็นห่วง”
หลวงปู่มั่นรับทราบเจตนาของหลวงปู่เจี๊ยะจึงรับนมมาฉันอยู่หลายวันจนทำให้ร่างกายดีขึ้นตามลำดับ นี่คือสายสัมพันธ์ของครูและศิษย์ซึ่งเหมือนพ่อกับลูกที่มีความสนิทสนมกัน จากนั้น หลวงปู่เจี๊ยะก็ได้ทำหน้าที่เป็นองค์รักษาบริขารของหลวงปู่มั่นในเวลาต่อมา
กระทั่งวันหนึ่ง ช่วง ๖ โมงเย็น ใกล้พลบค่ำ หลวงปู่เจี๊ยะนำน้ำล้างหน้าใส่ขันไปถวายหลวงปู่มั่นเพื่อใช้ชำระฟัน ขณะที่กำลังสีฟันอยู่นั้น ฟันด้านข้างของหลวงปู่มั่นได้หลุดออกมา ท่านจึงหยิบยื่นให้แล้วบอกว่า
“เอ้า... ท่านเจี๊ยะเอาไป”
หลวงปู่เจี๊ยะรับฟันซี่นั้นมาไว้ในมืออย่างทะนุถนอม แล้วจึงสร้างเจดีย์บรรจุทันตธาตุของหลวงปู่มั่นเพื่อถวายเป็นอาจาริยบูชาในเวลาต่อมา...
:ข้อมูลทั้งหมดอ้างอิงจากหนังสือ #วินาทีบรรลุธรรมพระอรหันต์มีจริง