“เรื่องของจิต เรื่องทุกข์ ต้องแก้ด้วยธรรม”

 

เราได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนาแล้วนับว่าเป็นคนมีวาสนา เพราะฉะนั้นอย่าให้เสียวาสนาของตน

ในวันหนึ่งคืนหนึ่งงานทางโลกก็มี แต่เราอย่าไปยกให้ เรื่องร่างกายไปกินเสียหมด เรื่องกายก็มีการอยู่การกินการหลับการนอนเป็นธรรมดา อย่าให้เหนือจิตไปได้

จิตนั้นเป็นของจําเป็นอยู่ตลอดเวลา จะต้องรับอาหารอยู่ตลอด ถ้าไม่รับอาหารก็เป็นยาพิษขึ้นมาอีกแล้ว คือมีความทุกข์ภายในใจ จะเอาอะไรมาแก้ ก็ต้องมียา ยาคือธรรมโอสถที่จะแก้ อุบายวิธีความเฉลียวฉลาดของตนแก้ ไม่แก้ทุกข์หลุดไปไม่ได้ เพราะทุกข์เกิดขึ้นมาจากกิเลส

#เรื่องจะแก้ทุกข์เป็นเรื่องของธรรม เหมือนกับยาแก้โรคนั่นเอง เราต้องหาอุบายใช้อุบายแก้ให้ได้โดยลำดับลำดา จนกระทั่งจิตของเราผ่านพ้นไปได้หมดไม่มีอะไรเหลือเลย จิตดวงนั้นไม่บอกว่าเลิศก็เลิศ อยู่ไหนไม่มีคำว่ากาลสถานที่เวล่ำเวลา

ท่านจึงเรียก อกาลิโก ๆ คืออะไร อกาลิกจิตอกาลิกธรรมอันเดียวกัน เมื่อจิตกับธรรมเป็นอันเดียวกันแล้ว อยู่ที่ไหนอยู่เถอะไม่มีละว่ากาลนั้นสมัยนี้ไม่มี คือหมดปัญหาไปโดยประการทั้งปวง ที่จะวิตกวิจารให้เป็นความทุกข์ความลำบาก ว่าเราตายนี้จะไปเกิดที่ไหนอีก

เหมือนอย่างที่เราเคยเกิดมาแล้วเคยตายมาแล้ว เคยทุกข์มาแล้ว ทีนี้เราจะไปทุกข์ที่ไหนอีก มันหมดปัญหาไปโดยประการทั้งปวง ในจิตใจดวงนั้นละ โดยที่เจ้าของรู้เจ้าของเอง ท่านจึงเรียก สนทิฏฐิโก

พระพุทธเจ้าไม่ทรงผูกขาดใครปฏิบัติแล้วจะเริ่มรู้ไปตั้งแต่นี้ละ เช่น

#อย่างพวกเรามาให้ทานวันนี้ เราก็ทราบทุกคนว่าเราได้อะไรมาทาน มาทานด้วยความบริสุทธิ์ใจของเรา นี่ก็รู้ชัด ๆ ในเจ้าของแล้วใช่ไหม วัตถุทานของเรามีมากมีน้อยเท่าไร เราทานมาโดยลำดับลำดา #เราซึ้งใจของเรา และก็เข้าไปสู่ใจนี้ละ เปิดออกพับเข้าพับทันที การให้ทานกับการได้มาเป็นอันเดียวกัน ประสานกันปุ๊บ เหมือนกับเราเปิดช่องอากาศ เปิดให้อากาศออกอากาศเข้าพร้อมกันเลย ประสานกันทันที ๆ นี่ละคำว่าให้ไปกับได้มาเป็นอันเดียวกัน ในประโยคของจิตเดียวกันนั่นละ

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด

 

รวบรวมธรรมคำสอนที่น่าสนใจ ตลอดจนข่าวและกิจกรรมของวัดธรรมสถิต

NEWSLETTER

Subscribe to our newsletter. Don’t miss any news or stories.