ทำไมพระจึงต้องออกธุดงค์

ทำไมพระจึงต้องออกธุดงค์ ?

หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุงตอบปัญหาธรรม

จากหนังสือ "สู่แสงธรรม" โดย พล.อ.ต.มนูญ ชมภูทีป

"หลวงพ่อครับ ทำไมพระจึงไม่กระทำความเพียรเพื่อให้บรรลุมรรคผลกันในวัด มีความจำเป็นอะไรหรือครับ ที่จะต้องออกธุดงค์ไปทำความเพียรกันในป่า" ...

"...จริงของคุณ การกระทำความเพียร เพื่อให้บรรลุมรรคผลนิพพานนั้น กระทำในวัดโดยไม่ต้องออกธุดงค์ก็ได้ ถ้ามีกำลังเด็ดเดี่ยวไม่ท้อถอย และมีความเพียรเป็นเลิศ

แต่โดยทั่วๆ ไปแล้วพระภิกษุ ที่เพิ่งเริ่มปฏิบัติใหม่ๆ จะกระทำได้สักกี่องค์ เพราะสถานที่และสิ่งแวดล้อมไม่ให้ อีกทั้งยังมีกิจอย่างอื่น ที่สงฆ์จะต้องชวยกันปฏิบัติเป็นส่วนรวม นอกจากนั้นญาติโยม อุบาสก อุบาสิกา ที่เข้าออกเพ่นพ่านในวัดก็มีมาก

เมื่อมีมาก ตาก็จะเห็น หูก็จะได้ยิน ลิ้นก็จะลิ้มอาหารโอชะ จมูกก็จะได้กลิ่น จิตก็เกิดการรับรู้ และเกิดอกุศลกรรมได้โดยง่ายจริงไหม?"

หลวงพ่ออธิบายอย่างอารมณ์ดี และเมื่อเห็นข้าพเจ้านั่งฟังด้วยความสนใจ จึงอธิบายต่อว่า

"ด้วยเหตุนี้เองพระบรมศาสดา ซึ่งหยั่งรู้อารมณ์ของพระภิกษุที่เริ่มปฏิบัติใหม่ๆ เป็นอย่างดี จึงได้มอบอุบายให้พระภิกษุที่เริ่มปฏิบัติออกธุดงค์ เพื่อหาความสงบวิเวกในป่าในเขา ทั้งนี้ก็เพื่อให้อารมณ์ของจิตสงบระงับ ในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส กล่าวคือ

ตา ที่เคยเห็นรถรุ่นใหม่รูปงาม หรืออุบาสิกาที่อ่อนหวานน่ารัก ก็กลับได้เห็น ลิง ค่าง บ่าง ชะนี หรือ เสือ สิงห์ กระทิง แรด แทน ความอยากได้ใคร่ดีในรูป จะได้หมดไป

หู ซึ่งเคยได้ยินแต่เสียงเพลงไพเราะ หรือเสียงหวานเสนาะโสตของสาวงาม ก็กลับได้ยินเสียงลิง ค่าง บ่าง ชะนี หรือ นก กา แทน ความอยากได้ใคร่ดีในเสียง ก็จะสงบไป

จมูก ที่เคยได้กลิ่นหอมจากน้ำหอมลือชื่อ ก็กลับได้กลิ่นไอดินแทน ความอยากได้ใคร่ดีในกลิ่น ก็จะสงบระงับไป

ลิ้น ที่เคยลิ้มรสอาหารรสเลิศที่ญาติโยมเคยเอามาถวาย กลับต้องลิ้มรสเผือก มัน ผลไม้ป่าแทน ความอยากได้ใคร่ดีในรส ก็จะสงบระงับไป

ส่วน กาย ที่เคยหนุนหมอนอ่อนนุ่ม ห่มผ้าห่มยามหนาวหรืออาบน้ำฟอกสบู่อย่างสะดวกสบาย ก็จะได้สัมผัสกับขอนไม้ หญ้า ฟางแทน ความอยากได้ใคร่ดีในสัมผัส ก็จะสงบระงับไป

และเมื่อความอยากได้ใคร่ดีใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสหมด ก็หมายถึง กามฉันทะหมด

ความคิดที่จะจองล้างจองผลาญกับผู้ใดในป่าย่อมไม่มี เป็นอันว่าพยาบาท ไม่มี

ความคิดฟุ้งซ่าน ก็ไม่มี เพราะไม่มีอะไรให้คิดเหมือนอยู่ที่วัด

ความสงสัยลังเล คือ วิจิกิจฉา ก็ย่อมไม่มี เพราะถ้ามีคงไม่ออกธุดงค์

และถ้าไม่มีความง่วงเหงาหาวนอนด้วย

ก็หมายความว่า นิวรณ์ ๕ ซึ่งเป็นเสี้ยนหนามในการบำเพ็ญเพื่อเข้าถึงปฐมฌานหมดไป การเข้าสู่ปฐมฌานก็ย่อมเป็นไปได้โดยง่าย และเมื่อปฐมฌานเกิดได้ ฌาน ๒, ๓, ๔ ก็จะเกิดตามขึ้นมาได้ นั่นคือ การเจริญสมถกรรมฐานเพื่อเข้าถึงฌาน ๔ ย่อมทำได้แน่นอน

และเมื่อทรงฌานได้ เอากำลังของฌานมาพิจารณาวิปัสสนาญาณ ก็ย่อมเป็นไปโดยง่ายอีก ในที่สุดปัญญาก็จะเกิด และเมื่อปัญญาเกิด ก็นำปัญญานั้นแหละไปห้ำหั่นกิเลส ตัณหา อุปาทาน และอกุศลกรรม จนละสังโยชน์ ๑๐ ไปทีละข้อๆ

ถ้าได้ ๓ ข้อ ก็เป็นพระโสดาบันและสกิทาคามี

ถ้าละได้ ๕ ข้อก็เป็นอานาคามี

ถ้าละได้ทั้ง ๑๐ ข้อ ก็เป็นพระอรหันต์

บรรลุมรรคผลนิพพานได้เร็วกว่าที่จะเริ่มฝึกและนั่งเพียรปฏิบัติอยู่แต่ในวัดนะ การธุดงค์จึงเปรียบเสมือนเครื่องช่วย หรือเครื่องผ่อนแรงที่ช่วยให้การบำเพ็ญเพียรไปสู่มรรคผลนิพพานของพระภิกษุที่เริ่มปฏิบัติใหม่ๆ ง่ายขึ้นเท่านั้นเองนะ"

หลวงพ่ออธิบายอย่างยืดยาว แต่แปลกเป็นที่สุดที่ข้าพเจ้าสามารถจดจำได้ทั้งหมดแม้จนกระทั่งทุกวันนี้

"ถ้าการออกธุดงค์ ได้ผลดีเช่นนี้ ทำไมพระภิกษุสงฆ์จึงไม่ออกธุดงค์ไปเรื่อยๆ เล่าครับ กลับเข้ามาอยู่วัดในเมืองอีกทำไมครับ?" ข้าพเจ้าถามด้วยความสงสัย

"อ้าว ถ้าท่านสำเร็จเป็นพระอริยเจ้าแล้ว ไม่กลับวัดท่านจะมีโอกาสได้แสดงธรรมสั่งสอนอุบาสก อุบาสิกา เพื่อสั่งสมบารมีต่อไปได้อย่างไรล่ะคุณ จะให้ท่านสั่งสอน ลิง ค่าง ชะนี ในป่าตลอดไปหรือ?"

หลวงพ่อตอบอย่างเห็นขัน และเมื่อข้าพเจ้าหัวเราะจึงพูดต่อไปว่า

"พระพุทธเจ้าเอง เมื่อท่านได้ทรงตรัสรู้เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ท่านก็เข้ามาแสดงธรรมโปรดผู้คนมิใช่หรือ?"

"จริงครับ หลวงพ่อ" ข้าพเจ้าตอบ

"อีกประการหนึ่ง การกลับเข้าวัดในเมือง ก็จะเป็นการทดสอบจิตไปในตัวด้วยนะ ว่า เมื่อ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ไปเจอกับ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส อันเย้ายวนในเมืองเข้าแล้วไปบอกจิต จิตมีปัญญาเพียงพอที่จะรู้เท่าทันกิเลส ตัณหา อุปาทาน และอกุศลกรรมหรือไม่ ถ้ายังหวั่นไหวก็จะต้องออกธุดงค์ เข้าป่าไปฝึกกันใหม่นะ เพราะถือว่าจิตยังไม่แน่จริง เข้าใจไหมล่ะ" หลวงพ่ออธิบายเพิ่มเติมแล้วถาม

"เข้าใจแล้วครับ หลวงพ่อ" ข้าพเจ้าตอบด้วยความปลื้มปิติ

หวังว่าคำถามข้อนี้ของข้าพเจ้า จะทำให้ท่านผู้อ่านเข้าใจถึงประโยชน์ ที่พระออกธุดงค์บ้างพอสมควรทีเดียวนะครับ

 

รวบรวมธรรมคำสอนที่น่าสนใจ ตลอดจนข่าวและกิจกรรมของวัดธรรมสถิต

NEWSLETTER

Subscribe to our newsletter. Don’t miss any news or stories.