ท่านอายุวัฒนกุมารจะต้องตายเพราะอุปฆาตกรรม พระพุทธเจ้าทรงช่วยไว้จึงไม่ต้องเป็นสัมภเวสี ![]()
"..ท่านอายุวัฒนกุมาร เป็นลูกของพราหมณ์ พ่อแม่ของท่านมีเพื่อนเป็นพราหมณ์อยู่คนหนึ่งได้ทิพพจักขุญาณ ทราบข่าวว่าเพื่อนคนนี้จะเข้ามาในเขตเมืองก็พากันไปหา
เมื่อคุยกันพอสมควรแก่เวลา ท่านพ่อก็ส่งลูกชายอายุยังไม่ถึง ๗ ปี ให้แก่แม่ กราบลาเพื่อกลับ เพื่อนก็บอกว่า
"ทีฆายุโก โหตุ"
แปลว่า "ท่านจงมีอายุยืนยาวเถิด"
เมื่อท่านพ่อกราบแล้ว ท่านแม่ก็ส่งลูกให้ท่านพ่อ ท่านแม่กราบบ้าง ท่านพราหมณ์ก็บอกว่า
"ขอให้ท่านมีอายุยืนยาวเถิด"
แล้วจับลูกให้กราบ ท่านพราหมณ์ก็นิ่งเฉยไม่พูดแบบนั้น
ท่านพ่อท่านแม่ก็สงสัยเลยถามว่า
"เวลาที่ผมกับเมียกราบลาท่าน ท่านบอกว่า จงเป็นผู้มีอายุยืนยาว แต่เวลาที่ให้ลูกกราบทำไมท่านจึงทำเฉยๆ"
ท่านพราหมณ์ก็บอกว่า
"ก็ลูกของท่านจะต้องตายภายใน ๗ วัน ถ้าฉันพูดแบบนั้นฉันก็พูดผิด"
เขาก็เลยถามว่า
"ท่านรู้วิธีแก้ไหม"
ท่านพราหมณ์ก็บอกว่า
"รู้ว่าจะตายน่ะรู้ แต่วิธีแก้ไม่รู้ คนที่รู้วิธีแก้มีอยู่คนเดียวคือ สมเด็จพระสมณโคดมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าหากว่าท่านต้องการจะแก้ไม่ให้ลูกของท่านตาย ก็ไปหาพระพุทธเจ้าเถิด ท่านแก้ได้"
พ่อแม่ของเด็กทราบว่าเด็กจะตายภายใน ๗ วัน ก็ตกใจ เพราะเป็นลูกคนแรก ลูกผู้ชายด้วย จึงพากันไปเฝ้าพระพุทธเจ้า
พอไปถึงก็ทำแบบเดียวกับที่ทำกับเพื่อนพราหมณ์
พระพุทธเจ้าก็พูดเหมือนกับพราหมณ์ ตอนลูกชายกราบลา ท่านก็เฉยเสีย
พราหมณ์ก็ถาม ท่านก็บอกว่า
"ลูกชายคนนี้จะตายภายใน ๗ วัน"
เขาก็ถามว่า
"ทำอย่างไรจึงจะแก้ไขไม่ให้ตายได้ พระพุทธเจ้าข้า"
พระพุทธเจ้าก็บอกว่า
"ถ้าต้องการแบบนั้นได้ เพราะกรรมประเภทนี้เป็นอุปฆาตกรรม ไม่ใช่อายุขัย ถ้าอายุขัยตถาคตก็แก้ไม่ได้ อุปฆาตกรรมเป็นกรรมที่เข้ามาแทรกระหว่างกลาง ซึ่งผลของความดีของเด็กนี้ยังมีอยู่มาก ถ้าไม่ตายก่อนจะได้เป็นพระอรหันต์ในพระพุทธศาสนาแล้วจะมีอายุถึง ๑๒๐ ปี แต่เวลานี้กรรมที่เป็นอกุศลเข้ามาลิดรอนจึงเป็นเหตุให้เด็กคนนี้จะต้องตายใน ๗ วัน"
และพระองค์ก็ตรัสแนะว่า
"พราหมณ์กลับไปบ้านไปทำโรงพิธีเข้า แล้วนิมนต์พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาไปนั่งล้อมเจริญพระปริตรตลอด ๗ วัน ถ้าทำได้อย่างนี้ลูกท่านก็จะไม่ตาย"
พราหมณ์พ่อแม่เด็กก็กลับไปทำโรงพิธี นิมนต์พระไปนั่งล้อมโรงพิธี
ไม่ต้องใช้สายสิญจน์เพราะพระสมัยนั้นมีมาก เมื่อล้อมแล้วก็เจริญพระปริตร สวดบ้างไม่สวดบ้างแต่ก็นั่งล้อมกันแบบนั้น พระมาสับเปลี่ยนกันไป ไม่ใช่ไปชุดเดียว
พอถึงวันที่เจ็ด พระพุทธเจ้าเสด็จเอง ![]()
เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จ พรหมก็มา เทวดาก็มา และคนที่จะเอาชีวิตของเด็กก็เป็นลูกน้องของท่านท้าวเวสสุวัณ
เมื่อเจ้านายชั้นผู้ใหญ่มา พลทหารก็ต้องไปยืนสุดกู่
องค์สมเด็จพระบรมครูทรงประทับนั่งตั้งแต่เริ่มต้นของวันจนที่สุดของวันคืออรุณใหม่
เพราะผู้ที่จะมาเอาชีวิตของเด็กเป็นยักษ์ที่ได้รับพรจากท่านท้าวเวสสุวัณ ได้ภายใน ๗ วัน ถ้าเลย ๗ วันแล้วไม่มีโอกาส
ยักษ์คอยอยู่ ๖ วัน เข้าไม่ได้ เพราะพระนั่งล้อม
วันที่ ๗ ตั้งใจจะเอาชีวิตให้ได้ แต่เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จ พรหมลงมา เทวดาลงมา
ยักษ์ต้องถอยออกไปเรื่อย ๆ
ในที่สุดต้องออกไปอยู่ขอบจักรวาล ![]()
พระพุทธเจ้าทรงประทับนั่งจนหมดเวลา
เป็นอันว่าเด็กคนนั้นไม่ต้องตาย
เกินเวลา ๗ วัน ยักษ์ทำอันตรายไม่ได้
ต่อมาเมื่ออายุ ๗ ขวบ ท่านอายุวัฒนกุมารก็บวชเณร แล้วได้อรหัตผล
มีอายุถึง ๑๒๐ ปี ตรงตามที่ตรัสไว้ ![]()
บรรดาพุทธบริษัทโปรดทราบไว้ว่า
กรรมที่เป็นอุปฆาตกรรมที่มาตัดรอน ทำให้คนตายก่อนอายุขัย
ตายแล้วไปเกิดเป็นสัมภเวสี
สัมภเวสีมีรูปร่างหน้าตาคล้ายคนธรรมดา แต่งตัวแบบที่ตาย มีความทุกข์ใจ ไม่รู้จะไปเกิดที่ไหน
ถ้าญาติของเราตายด้วยอำนาจของอุปฆาตกรรม เช่น
ฟ้าผ่าตาย
คลอดบุตรตาย
ถูกฆ่าตาย
ถูกรถชนตาย
สมมติว่าเขาเป็นสัมภเวสี
ให้ทำบุญแบบชัดเจน
หาอาหารชนิดที่ไม่มีบาป
อย่าทุบแม้แต่ไข่สัก ๑ ฟอง
เอาผ้าไตรมา ๑ ไตร
เอาพระพุทธรูปมา ๑ องค์
นิมนต์พระมารับสังฆทานที่บ้าน
ทำเงียบ ๆ อย่ามีเหล้ายาปลาปิ้ง
เมื่อทำบุญเสร็จ
อุทิศส่วนกุศลให้เฉพาะคนที่ตาย ไม่ให้ใครทั้งหมด
ถ้าทำอย่างนี้
ท่านจะได้รับผลบุญทันที
มีความผ่องใส
มีความอิ่มเอิบ
เมื่อถึงอายุขัย จะไปถึงสวรรค์ก่อน
จากหนังสือ ตายไม่สูญ...แล้วไปไหน
โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน