พยายามภาวนาทำให้จิตใจสงบ จิตใจให้เป็นหนึ่ง จิตใจให้นิ่ง เมื่อจิตใจนิ่ง จิตใจสงบแล้ว ก็นำมาพิจารณาทางวิปัสสนาปัญญา หลวงตามหาบัวท่านก็เปรียบเทียบน่าฟัง ท่านว่าเมื่อจิตใจเป็นสมาธิแล้ว เหมือนกับมีขวานอยู่ในมือ พอมีขวานอยู่ในมือมันก็ตัดกิ่งท่อนไม้ที่มันขวางหน้าเรา คือกิเลส ราคะ โทสะ โมหะ เมื่อมีขวานอยู่ในมือเราก็ใช้ขวานตัดท่อนไม้ ตัดขาดหรือตัดไม่ขาดเราก็รู้ เพราะเรามีสมาธิ คือเรามีสมาธิดู เป็นคนจับขวานฟัน ใช้ปัญญาฟัน พิจารณากลั่นกรองไตร่ตรองในเรื่องเหตุผลเรื่องนั้นๆ ผลที่สุดมันขาดหรือมันไม่ขาดเราก็รู้ เพราะเรามีสติอยู่กับในการเป็นอยู่ของเรา มีสติสัมปชัญญะ เรามีสมาธิในการพิจารณาอยู่
เรื่องสมาธิเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญ ถ้ามีสมาธิแต่ไม่ได้ใช้ คล้ายๆว่ามีขวานแล้วก็เก็บอยู่เฉยๆ เหมือนมีสมาธิจิตใจสงบนิ่งเฉยๆ อันนั้นไม่เกิดประโยชน์ ในเมื่อมีสมาธิดีแล้ว จิตใจนิ่งสงบดีแล้วนำสมาธินั้นมาพิจารณา ถอนออกมาจากสมาธิมาพิจารณาทางด้านวิปัสสนาปัญญา ให้เห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา กิเลสมันมาทางไหน กิเลสตัวไหนมันเข้ามาในจิตใจของเรา กิเลสกามราคะใช่ไหม เรื่องกามเรื่องเพศใช่ไหม เราต้องดู แล้วมันมีอะไรความสวยงาม เนื้อหนังมังสาเนื้อเอ็นกระดูกอย่างนั้นใช่ไหม แยกส่วนแบ่งดูซิ อันไหนคือความสวยงาม ถลกหนังออกแล้วเป็นยังไง มีแต่กระดูกเป็นยังไง สวยงามไหม เห็นไหมมีแต่โครงกระดูก เราก็เหมือนกัน เขาก็เหมือนกัน แล้วความกำหนัดยินดีจุดนั้นจะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร
เมื่อเราเห็นความความอนิจจัง ความอสุภะปฏิกูลเห็นไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อย่างนั้นขึ้นมาแล้ว จิตใจของเราเกิดความเบื่อหน่ายคลาย จิตใจก็จะถอดถอนกิเลสออกได้ง่าย เพราะพิจารณาเห็นไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ร่างกายทุกส่วน อีกสักวันหนึ่งนะใจนะ อย่าไปลุ่มหลงมัวเมานะ อย่าไปติดในลาภในยศสรรเสริญ ทุกสิ่งทุกอย่าง ใจนะ อีกสักวันหนึ่งตายนะ เอาไปเผาไฟทิ้งแน่ๆนะใจนะ
สรุปแล้วก็คือการภาวนาให้ดูกาย ให้ดูใจ ดูใจแล้วก็ดูกาย มันมีอยู่ 2 อย่างเท่านั้น
หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
จากพระธรรมเทศนา “กำลังช่วยพระ หรือกำลังฆ่าพระ”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๘