"วิธีนั่งบริกรรม นั่งขัดสมาธิ ก็ได้
นั่งพับเพียบ ก็ได้ เอาตีนขวาทับตีนซ้าย
ตั้งกายให้ตรง แล้วก็หลับตา แล้วก็ดูจิต
คือผู้รู้...นั้นเอง จิตผู้รู้...มีประจำอยู่แล้ว
ในคนทุกคน ไม่ต้องไปหาที่อื่น...
ตั้งจิต อยู่ในจิต
ตั้งสติ อยู่ในจิต
ให้จิตเป็นผู้บริกรรมเอง ไม่เอาอะไรมากมาย
เอาพุทโธอย่างเดียว แล้วบริกรรมพุทโธ พุทโธ
พุทโธไป จนจิตของเรามันสงบ
ในการบริกรรมพุทโธ ผู้บริกรรมพุทโธ
อยู่ตรงไหน ตั้งสติอยู่ตรงนั้น...
ให้จิตเป็นผู้ว่าเอง ไม่ต้องว่ากับปาก
ตาของเราหลับ แล้วให้จิตเป็นผู้ว่าเอง
ตั้งสติ อยู่ตรงนั้น...บริกรรมเรื่อยไป
เวลามันสงบเราจะรู้เอง คือจิตมันรวม
มันรวมวูบลง แล้วก็จิตมีอารมณ์อันเดียว
นั่น! มันสงบแล้ว...
แล้วถ้าจิตสงบแล้ว...
เราไม่ต้องบริกรรมต่อไป จิตกำหนดอยู่..เฉยๆ
หมายถึงว่า...จิต หลุดจากคำบริกรรมไป
นั่น! จิตมันรวม จิตมันสงบแล้ว เราก็ไม่ต้องหันมาบริกรรมอีก ความสงบอยู่ไหนก็ตั้งสติอยู่นั้น
แล้วกำหนดดูอาการของสมาธินั้น...
เป็นอย่างไร แล้วก็ต้องจำให้ชัดเจน
จิต ของเราสงบแล้ว นี่! ให้รู้จักว่าจิตของเราสงบแล้ว...
กุศลธรรมทั้งหลายทั้งปวง ก็ไปรวมอยู่...ที่จิต
ที่สงบนั้นเอง ที่สูงสุด อยู่...ตรงนี้
หาที่อื่นไม่พบ จิตที่สงบนั้น...คือ ตัวบุญ
เราต้องจำให้ชัดเวลาเรารู้ เรารู้เองมันผุดขึ้นมาในจิตของเรา ให้รู้เฉพาะตน นั่นละ! ตัวบุญ
ที่แท้จริง
แล้วไปหาที่อื่น...ไม่พบหรอกบุญ
ต้องหาจากจิต จากใจของเรา ถ้าจิตของเราสงบ บุญเกิดขึ้นแล้ว...ไม่ต้องไปหาที่อื่น หา
ที่อื่น ก็ไม่พบ
บุญกับบาป ก็ประจำอยู่แล้วทุกๆคนนั่นแหละ!
แต่...
บุญ คือความสุข บาป คือความทุกข์
ทำจิตของเราให้สงบแล้ว...
หมายความว่า เราทำบุญเกิดแล้ว."
หลวงปู่ดูลย์ อตุโล