บุญกุศลนี้ พระพุทธเจ้า พระอรหันตสาวก พ่อแม่ครูบาอาจารย์ ท่านก็บอกกล่าวว่า ถ้าหากว่าผู้ใดจะทำบุญทำทาน อานิสงส์ทานเกิดมาภพใดชาติใดจะเป็นผู้ไม่อดอยาก ท่านว่านะ ผู้ที่ร่ำรวยก็ตามนะ เกิดมาภพนี้ชาตินี้ร่ำรวย แต่ตัวเองไม่ได้ทำทาน มันก็หมดเหมือนกันนะลูกหลานนะ
เหมือนกับเศรษฐีท่านหนึ่งทำบุญมาแล้วไม่ทำต่อ พระพุทธองค์ก็บอกว่าเศรษฐีคนนี้เขาทำบุญมาอานิสงส์ของเขาส่งได้ถึง ๗ ชาติ แต่ต่อนี้ไปหมดแล้ว อานิสงส์บุญกุศลเขาหมดแล้ว เพราะเขาไม่ทำต่อ เขาไม่ทำต่อก็หมด
เหมือนกับเราทำนาใส่ยุ้งใส่ฉางไว้ปีนี้ เราทำเต็มที่เลย พอข้าวเต็มยุ้งเต็มฉางต่อไปเราไม่ทำ เราไม่ทำแล้วก็กินข้าวในยุ้งในฉางไปเรื่อย ๆ ผลที่สุดก็ร่อยหรอ ๆ หมดเหมือนกันนะ หมดข้าวในยุ้งฉาง
นี้ก็เหมือนกันนั่น เมื่อเราไม่ทำบุญไม่สร้างบุญสร้างกุศลต่อ บุญกุศลก็หมดเป็นเหมือนกันนะลูกหลานนะ เพราะฉะนั้นพวกเราที่มาเกิดมาได้พบพระพุทธศาสนา ได้พบพ่อแม่ครูบาอาจารย์ เราควรจะทำ แต่ก็ไม่ให้ตนเองเดือดร้อน ไม่ให้เดือดร้อนครอบครัว ไม่ให้เดือดร้อนตน แต่ถ้าไม่ทำ ไม่คิดทำเสียเลยอันนั้นก็น่าตำหนินะ ถ้าทำเกินไปก็น่าตำหนิอีกเหมือน ไม่รู้จักประมาณ ไม่รู้จักกำลังของตนเอง
เพราะฉะนั้นขอให้ขอฝากไว้กับลูกหลานทุกคน การที่จะทำสิ่งใดก็จงใช้สติใช้ปัญญาทั้งนั้นแหละนะ หลวงตามหาบัวท่านท้าทายเลยนะลูกหลานนะ ถ้าว่าผู้ใดก็ตามทำทาน ทำด้วยสติ ทำด้วยปัญญา ทำด้วยความรอบคอบ ถ้าหากว่ามันทุกข์จนเพราะการทำทานบอกมา เราจะคืนเงินให้ หลวงตามหาบัวท่านท้าทายถึงขนาดนั้น เพราะท่านมั่นใจแล้วว่า สร้างบุญสร้างกุศลไปแล้วมันไม่ตกหล่น ทำด้วยศรัทธาทำด้วยความรอบคอบ ทำด้วยปัญญา ในเมื่อทำด้วยปัญญาแล้วนั่นน่ะบุญกุศลจะเข้าสู่จิตใจของเรา อานิสงส์ของเราก็จะงอกเงยขึ้นมา ทำอะไรก็ไม่ตกอับจนเจริญรุ่งเรืองไปข้างหน้าไปเรื่อย เพราะอานิสงส์ทานไม่ไปไหนลูกหลานนะ เข้ามาสู่จิตเข้าสู่ใจเข้ามาหาผู้กระทำนั้น
เมื่อเราทำชั่วเราคิดชั่วทำชั่ว กรรมชั่วก็จะตามมาหาเรา เมื่อเราคิดดี ทำดี พูดดี กรรมดีก็จะต้องมาหาเรา มันจะไปที่ไหน เข้ามาหาผู้กระทำนั่นแหละ
หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
จากพระธรรมเทศนา “ทอดกฐินวัดถ้ำกลองเพล”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๓