บัญชีนิพพาน
วันนี้แปลก ท่านพระยายมก็ดี นายบัญชีก็ดี ท่านมา แต่งเต็มอัตราเลย ก่อนท่านมาขนลุกซู่ทั้งตัว
หลังจากนั้นแล้ว ก็เห็นนายบัญชีท่าน
ก็เลยถามท่านว่า "คนที่เจริญกรรมฐานนี่จะมีผลอันดับสูงสุดสักกี่คน?"
ท่านบอกว่า "นี่ท่านถามนิพพานใช่ไหม?"
บอก "ใช่"
ท่านก็บอกว่า "บัญชีนิพพานไม่ได้อยู่ ที่ผมบัญชีมี ๓ บัญชี"
เพิ่งรู้วันนี้ คือว่า
๑. บัญชีขึ้นๆ ลงๆ ได้แก่ นายบัญชีใหญ่ อยู่ที่พระยายม ไปนรกก็ได้ ไปสวรรค์ก็ได้ ไปพรหมก็ได้
ใครจะ ไปพรหมท่านก็รู้ พรหมโลกีย์นะ ผู้ทรงฌานโลกีย์ จะไปสวรรค์ท่านก็รู้
จะไปนรกท่านก็รู้ บัญชีเขามี
๒. บัญชีสวรรค์กับพรหมโดยเฉพาะ อยู่ที่ท่าน ปัญจสิกขเทพบุตร เลขาพระอินทร์
๓. บัญชีนิพพาน อยู่ที่ท่านท้าวสหัมบดีพรหม
ท่านบอกว่า ถ้าบัญชีพระอริยเจ้าเบื้องสูง ต้องที่ผม
ใครจะไปนิพพานหรือไม่ อยู่บัญชีนั้น และใครที่เป็นพระอริยเจ้าเบื้องสูงอยู่ในบัญชีนั้น
ความจริงเพิ่งรู้เหมือนกัน ไม่ใช่เห็นมาก่อน
คือวันนี้แปลก พระยายมก็ดี นายบัญชีก็ดี ท่านมาเต็มอัตราแต่งเต็มอัตราเลย
คือเครื่องแบบของเทวดากับพรหมมี ๓ ประเภทคือ
๑. ปล่อยตัวเหมือนกับมนุษย์ นุ่งกางเกงใส่เสื้อธรรมดา บางทีก็ลืมใส่เสื้อบ้าง ทำสะดือจุ่น
๒. เครื่องแบบปกติ เครื่องแบบปกติมีชฏาเหมือนกัน แต่ไม่แวววาว เหมือนกับปักดิ้นด้านน่ะ
๓. เครื่องแบบเต็มอัตรา เต็มยศ
วันนี้มาเต็มยศหมด สว่างมาก สว่างทั่วจักรวาลเลย มาคู่กัน ก็เลยบอกว่า ลุง สว่างมาก
ท่านก็บอกลุงใหญ่
คำว่า ลุงใหญ่ หมายความว่านายบัญชี
ท่านเป็นลุงจริงๆของฉันนะ
แต่พระยายมน่ะพี่ชาย เป็นพี่มาในชาติก่อน
เมื่อปี ๒๕๐๘ ในปีนั้นเริ่มสอนมโนมยิทธิ
ท่านบอกว่า “คุณ ลูกหลานของคุณก็คือลูกหลานของผม บอกมันด้วยนะ เวลาอุทิศส่วนกุศลบอกให้ผมเป็นพยาน เวลามันเผลอ ดีไม่ดีมันเผลอได้
ถ้าเผลอแต่ให้ผมเป็นพยาน มันลงนรกไม่ได้
ท่านก็เลยบอกว่า ผมเป็นพี่คุณมาแสนชาตินะ
รวมความว่าท่านสงเคราะห์ และการที่ท่านเป็นพยาน”
ลองอ่านในหนังสืออ่านเล่นนะ ไม่ใช่โฆษณานะ ในนั้นน่ะมี เวลาให้ท่านเป็นพยาน ไปถึงท่านแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง
บางทีฉันก็ต้องนอนสะดุ้งอยู่บ่อยๆ
ถ้าคนที่เนื่องถึงกัน คือคนที่เคยทำบุญด้วย
มีพวกหนึ่ง ประมาณ ๓๐ คน ไม่เคยไปทำบุญที่วัด
แต่เคยส่งไปทางไปรษณีย์
และเวลาที่จำเป็นต้องช่วย นอนๆ อยู่สะดุ้งโหยง สะดุ้งแรงมาก ถ้าเรานอนเฉยๆ สะดุ้งเกือบตกเตียง ก็นึกว่ามันมีอะไรหว่า พอมีอะไรขึ้นก็นึกถึงพระ ก็เห็นพระ ท่านก็บอกว่า จะมีอะไรเล่า คนเขาจะตาย เขาเคยทำบุญกับคุณ มันเนื่องถึงคุณ คุณต้องไปนำ
ไม่ใช่เราช่วยนะ ถ้าบาปมีนี่ ไม่มีใครช่วยกันได้
ทีนี้เขามันกึ่งบุญกึ่งบาป
ความชั่วก็มีความดีก็ปรากฏใช่ไหม ก็ต้องช่วยกันไป
แต่วิธีช่วยท่านบอกว่า อย่าไปกายละเอียดนะ ต้องไปกายหยาบ ถ้ากายละเอียดบางทีพวกนี้ไม่เห็น
ถ้าเห็นบางที่ก็เฝือจำไม่ได้ เพราะไม่ได้เข้าฌาน
นี่คนจะตาย ก็ต้องไปกายหยาบ
กายหยาบมันเห็นชัด และก็นำไปโน่น ไปส่งให้ลุง
ทีนี้คนไปกับพระ เขาเอาลงนรกไม่ได้ เขาต้องสอบสวนตามระเบียบ ในที่สุดเขาก็จะบอกว่า ในเมื่อเธอเห็นพระ มีจิตเป็นกุศล นึกถึงพระได้
ความดีมีอยู่ ต้องไปสวรรค์ก่อน
หากินแค่นี้ ต่อไปนี้น่ากลัวจะลำบาก มันเริ่มจะลำบากแล้ว มันเนื่องถึงกันนี่
ทางด้านบัญชีเขาเตือนทันที
นายบัญชีเขาบอก เขาจะช่วยนี่ ทางนี้ก็เป็นหน้าที่ช่วยอย่างเดียว
การไปสอบสวน ไม่ใด้หมายความว่าต้องการให้ลงนรก เขาจะช่วยให้พ้นนรก บาปตั้งเยอะแยะ แต่บุญมีคราวเดียว เขาบอกว่า ความดีมีอยู่ไปสวรรค์
ทีนี้ ถ้าเอาพระเป็นพยานก็หมดเรื่องกัน
เขาบอกพระนำมา ไปสวรรค์ก่อน
บัญชีนี่มีสีหนังสือไม่เหมือนกัน
บัญชีพระยายมมีสีหนังสือ ๓ สี
ถ้า สีแดง แสดงว่าโทษหนัก
ถ้า สีน้ำเงิน โทษปกติธรรมดา ความชั่วก็มี ความดีก็ปรากฏ ก้ำกึ่งกัน
ถ้าอักษร สีทอง ประเภทนี้ลงนรกไม่ได้
อาจจะต้องผ่านที่นั่นแต่ลงไม่ได้ ไม่ใช่กระดาษทองนะ เป็นหนังสือสีทอง
ทีนี้มาอีกบัญชีหนึ่ง บัญชีพิเศษ
เป็นบัญชีของท่านสหัมบดีพรหม
บัญชีสวรรค์ไม่ต้องห่วงเขาทองทั้งหมด
บัญชีของท่านสหัมบดีพรหม สีเป็นเพชร แพรวพราวระยับเลย เหมือนกับเพชรสะท้อนแสงอาทิตย์น่ะ
ก็ถามว่า บัญชีท่านเขียนแบบนี้รึ
ท่านบอก บัญชีผมเขียนแบบนี้
มีบัญชีพระอริยเจ้า ตั้งแต่อนาคามีขึ้นไป
และอยู่ชั้นอุทธังโสโต คือชั้นที่ ๑๒ ขึ้นไปถึงบัญชีนิพพาน
และท่านก็พูดต่อว่าบอกต่อว่า พวกที่ปฏิบัติอยู่แล้ว
ตั้งแต่พอใจนิพพานนะ
เมื่อคืนนี้นะ ( ๘ ต.ค. ๓๑ ) ยังขาดอยู่เปอร์เซ็นต์เดียว ให้เร่งรัดตัวเอง ขาดอยู่ไม่ใช่ทุกคนขาด
ปริมาณของคนที่มานั่งขาดอยู่ ๑ เปอร์เซ็นต์
ฉะนั้น คนที่มีสิทธิ์ก็ต้องทำบุญให้มาก ไม่งั้นจะพลัดบันไดนิพพาน
ฉะนั้น ทุกคนเวลาจะทำบุญให้ปรารภอย่างนี้
อย่าว่าตามเขานะ
บางคนเขาว่า ทำบุญด้วยวัตถุไม่มีความหมาย
ไอ้นี่อย่าไปเชื่อเขา
เราทำบุญทุกอย่างทำให้หนัก
แต่อย่าใช้เงินมาก ใช้เงินมากเกินไปเดือดร้อน
ทำน้อยๆ ทำบ่อยๆ แต่กำลังใจต้องเต็ม
อันดับแรก ต้องถือว่า เราต้องการนิพพาน
ถ้ายังไม่ถึงนิพพาน พักอยู่สวรรค์หรือพรหม
มันจะพักเองไม่ต้องหวัง
ในเมื่อกำลังใจเดิมต้องการนิพพาน
ไปเป็นเทวดาหรือพรหม ก็หวังนิพพานต่อไป มีหวังไปได้นะ
ท่านบอกเมื่อคืนนี้ว่า
คนจะไม่ไปในชาติปัจจุบัน เฉพาะคนเมื่อคืนนี้ ( ๘ ต.ค. ๓๑ ) จะเหลืออยุ่ ๑ เปอร์เซ็นต์ ให้เร่งรัด
คำว่า เร่งรัด
ถามท่านว่า เร่งรัดอะไร
ท่านบอกว่า "วิปัสนาญาณ
แต่อันดับแรกต้องระวังศีลให้มาก"
คนที่อยู่ในเขตว่าจะไปได้นี่ ศีลแหว่งตั้งเยอะ
เวลาเจอพระก็ศีลเต็ม ศีลน้ำขึ้นน้ำลง
แต่ว่าเขามีความจริงใจ
ความเข้มข้นส่วนอื่นเขามี ก็แหว่งอยู่เท่านี้
พอจะตายจิตใจก็ปรับปรุงตัวเอง
คิดว่าร่างกายไม่ดี ใช่ไหม
เวลาป่วยทำลายศีลไม่ได้ ศีลไม่ขาด
เวลาป่วยจิตนึกถึงเรื่องอื่นไม่ไหว เพราะจะตายก็เห็นโทษของสังขาร
เมื่อศีลเวลานั้นมันไม่ขาด และเห็นโทษของสังขาร ก็มีหวังนิพพาน
ฉะนั้นทุกคนต้องมีศีลบริสุทธิ์ทุกวัน ตั้งแต่เช้ามาถึงเย็น
อาจจะพลาดพลั้ง เรื่องศีลบ้าง
เวลาตอนค่ำพอเริ่มบูชาพระให้สมาทานศีลก่อน
แล้วก็ตัดสินใจว่า ศีล ๕ ข้อ หรือ ๘ ข้อ เราจะรักษาให้ครบถ้วน
พอสว่างขึ้น เรามีภารกิจ ต้องพลาดพลั้งบ้างเป็นของธรรมดา สมาทานใหม่ เอาแบบนี้นะ....
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง